หน้าหลัก > กิจกรรม > ตอบข้อสงสัย'ไลฟ์โค้ช' กับโค้ชจิมมี่ พจนารถ ซีบังเกิด

ตอบข้อสงสัย'ไลฟ์โค้ช' กับโค้ชจิมมี่ พจนารถ ซีบังเกิด

 

1.ไลฟ์โค้ชคืออะไร ?ทำไมมีบทบาทสำคัญต่อคนยุคสมัยนี้ ?

LIFE COACH คือทักษะการเข้าใจและใช้ชีวิตให้อยู่ในสังคมและในโลกนี้อย่างเข้าใจ มีความสุข มีความก้าวหน้ามีพลังและอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างกลมกลืน  คนที่ทำอาชีพโค้ช โดยใช้ Life Coach เป็นเครื่องมือคือคนที่มีทักษะการฟังที่ดี สามารถได้ยินที่มาของความต้องการ ความคาดหวัง ปัญหา และอารมณ์ของผู้ที่ได้รับการโค้ช สามารถพูดคุยด้วยการรับรู้ที่เป็นกลาง ไม่ตัดสิน แต่ใช้การฟังและการถาม เพื่อให้ผู้รับการโค้ชได้คิด ได้ตระหนักรู้ ถึงที่มาของปัญหา ความต้องการ และทางออกเพื่อใช้ชีวิตก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นใจ มีเป้าหมายและมีความสุข

ที่ Life Coach เข้ามามีบทบาท เพราะเป็นการพูดคุยแบบปกติที่มีจุดมุ่งหมาย เพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต ความคิดและการตัดสินใจอย่างสร้างสรรค์ โดยผู้รับการโค้ชไม่ได้รู้สึกว่าตนเองเป็นผู้ป่วยหรือเป็นที่ผิดปกติในสังคม


2.ไลฟ์โค้ชแตกต่างจากนักจิตวิทยาอย่างไร?

คำถามนี้ตอบไม่ได้ชัดค่ะ อยากให้ไปถามนักจิตวิทยาและเปรียบเทียบคำตอบของ Life Coach เอาดีกว่า สำหรับด้าน Life Coach นั้น ไม่ได้เป็นวิธีการหรือเครื่องมือสำหรับคนมีปัญหา แต่ต้องการก้าวหน้าและต้องการค้นพบศักยภาพของตนเองเพื่อใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้น ช่วยเหลือผู้อื่นได้มากขึ้น และอยู่ในสังคมได้อย่างมั่นใจมากขึ้น ก็สามารถใช้ Life Coach ช่วยได้

ถ้าจะบอกถึงความเหมือนน่าจะชัดเจนกว่าเพราะทั้งจิตวิทยา และ Life Coach ต่างมีจุดมุ่งหมายในการช่วยให้ผู้ที่มาใช้บริการ เข้าใจชีวิต เข้าใจที่มาของพฤติกรรม และเลือกการดำเนินชีวิตต่อไปข้างหน้าอย่างมีความสุขมากขึ้น ดูแลรับผิดชอบ ความคิด ความรุ้สึกและอารมณ์ของตนเองได้อย่างสร้างสรรค์ เป็นบวกและอยู่ในสังคมได้อย่างสงบสุขยิ่งขึ้น


3.ไลฟ์โค้ชเป็นทางเลือกให้เราในตอนที่มีปัญหาได้จริงไหม?

เป็นทางเลือกได้จริง โดยให้คนที่เป็น Life Coach ที่มีทักษะที่ถูกต้อง มีจริยธรรมและมีความเป็นมืออาชีพอย่างแท้จริงมาช่วยพูดคุยถึงประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจใช้วิธีการพูดคุยดูก่อนตัดสินใจ หรือก่อนจ่ายเงินและตรวจสอบจากแหล่งอ้างอิงต่างๆที่สามารถหาได้ เช่น จากใบรับรอง จากสถาบันที่ศึกษาหรือจากคำอ้างอิงของผู้ที่เคยใช้บริการแล้ว เป็นต้น


4.คิดเห็นยังไง กับคนที่คิดต่าง ที่บอกว่าอาชีพโค้ชแบบนี้หลอกลวง หาเงินได้แบบง่ายๆ

ไม่ได้คิดอะไรกับคนที่คิดแบบนี้หรือพูดแบบนี้แค่มองเห็นว่ามีคนคิดและเห็นไม่เหมือนกัน เข้าใจว่าเค้าก็พูดและคิดตามข้อมูลที่เค้าได้มา จะลองตอบคำถามดูละกัน

คำว่าหลอกหลวง คงหมายความว่ามีการสัญญาว่าจะให้อะไรบางอย่างกับลูกค้าที่มาจ่ายเงินแลกกับบริการการโค้ช และปรากฎภายหลังว่าลูกค้าไม่ได้สิ่งที่สัญญาไว้ตอนก่อนตกลงจ้าง ลูกค้าจึงบอกว่าหลอกลวง หรือลูกค้าอาจไม่ได้พูดว่าหลอกลวง แต่คนที่ได้ยินเรื่องราว สรุปเอาเองว่า แบบนี้เรียกว่าหลอกลวง ความเป็นจริงคืออะไร เราไม่ทราบจริงๆค่ะ

ตามความเชื่อของพี่คนที่เป็นโค้ชที่มีจริยธรรมของความเป็นโค้ชมืออาชีพ เราไม่ได้สัญญาว่าคนที่มารับการโค้ชจะได้อะไรนะคะ การที่คนเข้ามารับการโค้ช จะได้อะไรอยู่ที่การปรับเปลี่ยนมุมมอง ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของตัวเค้าเอง ซึ่งการตัดสินใจเดินไปข้างหน้าด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและมุมมองที่มีต่อโลกนั้นอาจจะได้มาจากการพูดคุยกับโค้ช ดังนั้นโค้ชมีหน้าที่ เป็นเพื่อนร่วมเดินทางในขณะที่ทำการโค้ช สะท้อนให้เค้าเห็นตนเองว่าสิ่งที่เค้าคิดและการกระทำของเค้ามีผลอย่างไรกับตนเอง และทำให้เค้าเข้าใจที่มาและที่ไป ด้วยการถามคำถามที่มีคุณภาพ ที่สำคัญที่สุดคือโค้ชต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำอยู่นั้น เป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ เป็นพลังงานบวก ไม่ขัดกับศีลธรรมและจริยธรรม ทั้งกับตนเองกับผู้ที่ได้รับการโค้ชและกับสังคมโดยรวม ซึ่งนั้นหมายความว่า โค้ชต้องมีทักษะเฉพาะที่ต้องเรียนรุ้และฝึกฝนจนชำนาญ มีประสบการณ์มากพอที่จะนำมาใช้เป็นอาชีพและเก็บเงินลูกค้าได้ 

ดังนั้นจึงอาจตอบคำถามคำว่า หาเงินได้แบบง่ายๆ เพราะการที่จะดำรงตนเป็นโค้ช ที่อยู่ตรงหน้าลูกค้าที่มาใช้บริการการโค้ช อาจไม่ง่ายอย่างที่คนที่พูดเช่นนั้นคิด และคนที่มาจ่ายเงินจ้างโค้ชไม่ว่าจะเป็นจำนวนเท่าไหร่ ไม่ได้แปลว่าถูกหรือแพงสำหรับเขา แต่พี่คิดว่าสำหรับเขาแล้วมันคือคุณค่าที่เขาให้กับชีวิตของเขา ว่าเงินจำนวนที่เขาจ่ายนั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่เค้าคิดว่าเค้าจะได้รับจากการมาใช้บริการการโค้ช ดังนั้นโค้ชที่ดี จึงต้องอธิบายกระบวนการ และวิธีการของการโค้ชให้เข้าใจตรงกันก่อนที่จะตกลงรับงานโค้ช


5.ทำไมถึงคิดว่า อาชีพไลฟ์โค้ช ถึงจำเป็นในประเทศไทย หรือหลายๆประเทศทั่วโลก

พี่ไม่ได้คิดว่าอาชีพไลฟ์โค้ชจำเป็น แต่พี่คิดว่าทักษะการเข้าใจชีวิต และพฤติกรรมของมนุษย์จำเป็นสำหรับการอยู่ร่วมกันในสังคม เพราะจะนำมาซึ่งความปรองดอง สันติภาพ ความสงบและความสุข เราไม่ต้องมีอาชีพไลฟ์โค้ชเลยก็ได้ถ้าเพียง 1 คนในครอบครัวมีทักษะการเข้าใจและใช้ชีวิตเพื่ออยู่ร่วมกันและสามารถส่งผ่านทักษะนี้ให้คนที่เหลือในครอบครัวได้มีทักษะเดียวกัน ที่สังคมและคนทั่วโลกดูเหมือนจะหันมาสนใจ Life Coach มากขึ้นในขณะนี้ เพราะคนเริ่มมีความขัดแย้ง มีการต่อสู้ แบบไม่สร้างสรรค์ เพื่อความอยู่รอดของตนเอง จึงไม่เบียดบังพื้นที่ของคนอื่น ทำให้คนรอบข้างเป็นทุกข์ไปด้วย และเมื่อคนถัดไปเดือดร้อน และเป็นทุกข์ ก็จะมีพฟติกรรมปกป้องตนเองโดยธรรมชาติ และความขัดแย้งความทุกข์ความพยายามในการปกป้องตนเองก็จะตามมาในหลายรูปแบบ ซึ่งก็จะพัฒนาแปลกใหม่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตามเทคโนโลยีที่ก้าวหน้าขึ้น คำว่าให้อภัย และความรักเพื่อนมนุษย์จึงหายไปเรื่อยๆ เหตุเพราะไม่สามารถยอมรับและเข้าใจ รวมถึงให้อภัยต่อคนที่คิดต่าง เห็นต่าง พฤติกรรมต่างได้ ซึ่งนี่แหละคือ ความไม่มีทักษะในชีวิต ดังนั้นคนที่มีทักษะนี้จึงเป็นที่ต้องการในสังคมเพระามีทักษะในการเข้าใจ และช่วยให้คนอื่นเข้าใจได้ด้วย จึงมีคนจ้างและเกิดเป็นอาชีพนี้ขึ้นมา อะไรก็ตามที่กลายเป็นอาชีพต่อไป สังคมก็ต้องมีระบบจัดการดูแล เพราะมันคือกฎกติกาของการอยู่ร่วมกันในสังคมค่ะ ขณะนี้มีองค์กรไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งขึ้นมามากกว่า 20 ปีแล้ว เพื่อดูแลมาตรฐานของการโค้ช มี Competencies ที่กำหนดชัดเจน และมีมาตรฐานจริยธรรมไว้เป็นแนวทาง สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้นะคะ เช่น International coach Federation (ICF) และอื่นๆ

...........................................................................................................................................................................................

คุณพจนารถ ซีบังเกิด (โค้ช Jimi) ผู้ก่อตั้ง Jimi The Coach Company