หน้าหลัก > กิจกรรม > คิดแบบโค้ชเบอร์หนึ่งของโลก มาร์แชล โกลด์สมิท

คิดแบบโค้ชเบอร์หนึ่งของโลก มาร์แชล โกลด์สมิท

 

เมื่อโค้ชเบอร์หนึ่งของโลก ดร.มาร์แชล โกลด์สมิท (Marshall Goldsmith) มาเยือนเมืองไทยอีกครั้ง กับโปรเจกต์ใหญ่แห่งปีของบรรดาโค้ช ที่รวมโค้ชทั้งเอเชียแปซิฟิกมารวมตัวกันในงาน APAC 2017 Coaching Conference โดยมี พจนารถ ซีบังเกิด ประธานผู้ก่อตั้ง Jimi The Coach Group เป็นแม่งาน ซึ่งเธอเป็นคนหนึ่งที่ได้แรงบันดาลใจกลายเป็นโค้ชจากมาร์แชลเมื่อครั้งมาจัดงานในไทยเมื่อ 10 ปีก่อน อะไรทำให้มาร์แชลกลายเป็นโค้ชเบอร์หนึ่งของโลกเรื่องนี้มีคำตอบ

1.รู้สึกอย่างไรกับการมาเมืองไทยครั้งนี้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมมาเมืองไทย ผมชอบเมืองไทย เพราะผมเป็นนับถือพุทธ รู้สึกดีเพราะเวลามาเมืองไทยไม่ได้เป็นคนกลุ่มน้อย เพราะคนไทยส่วนใหญ่นับถือพุทธ

2.ทำไมนับถือศาสนาพุทธ

ช่วงปี 1969 ผมเป็นฮิปปี้แล้วก็อยู่ในช่วงแสวงหา ผมเรียนรู้ความแตกต่างของหลาย ๆ ศาสนาและชอบศาสนาพุทธมากที่สุด รู้จักและนับถือศาสนาพุทธตั้งแต่ช่วงนั้น โดยมีท่านติช นัท ฮัน เป็นแรงบันดาลใจซึ่งผมรักเขามาก ผมไม่ได้นับถือพุทธแบบเชื่อนรกสวรรค์ แต่เชื่อในพุทธศาสนาที่เน้นการศึกษาค้นพบตัวเอง

3.ธุรกิจโค้ชในอาเซียนเป็นอย่างไรในสายตาคุณ

ผมไม่ได้มองธุรกิจโค้ช แต่มองธุรกิจทั่วไปเติบใหญ่ขึ้นทุกที มันก็เหมือนตอนผมเริ่มต้นโค้ชในอเมริกา 30 ปีก่อน ไม่มีอะไรเรียกว่าโค้ชชิ่ง แต่วันนี้ไม่เหมือนเดิม ทุกคนอยากมีโค้ช โค้ชเป็นเรื่องที่ดี คุยอวดกันได้ว่ามีฉันมีโค้ช แต่สมัยก่อนถึงจะมีโค้ชคนส่วนใหญ่ก็จะอายที่มีโค้ชและไม่บอกใคร

4.ข้อดีของการมีโค้ช

มันทำให้ผู้นำเปลี่ยนพฤติกรรมและเปลี่ยนแบบถาวร

5.ทำไมซีอีโอหรือผู้นำที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จจนมายืนอยู่ในจุดนั้นแล้วถึงยอมเชื่อโค้ช อะไรที่จะทำให้พวกเขายอมเปลี่ยน เพราะคน ๆ หนึ่งจะเปลี่ยนตัวเองไม่น่าจะเป็นเรื่องง่ายโดยเฉพาะคนที่เป็นผู้นำระดับสูง

เหตุผลเดียวกับว่า ทำไมนักกีฬาต้องมีโค้ช เพราะเขามองไม่เห็นจุดอ่อนของตัวอง ซึ่งโดยปกติคนที่จะเปลี่ยนได้จะต้องมี 3 สิ่งนี้ หนึ่ง-กล้าที่จะมองโค้ชเหมือนมองกระจกแล้วเห็นตัวเอง สอง-ต้องนอบน้อมถ่อมตนที่จะรู้ว่าตัวเองมีอะไรที่จะต้องปรับปรุงเปลี่ยนแปลง และสาม-ต้องมีระเบียบวินัยกับตัวเองที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะการเปลี่ยนแปลงไม่ใช่ลุกขึ้นมาแล้วเปลี่ยนได้เลย ต้องทำไปสักระยะหนึ่งถึงจะเห็นผล

6.คงไม่ใช่ซีอีโอหรือผู้นำทุกคนที่เป็นแบบนี้ มีไหมคนที่ไม่คิดจะยอมเปลี่ยนอะไรแล้วคุณโค้ชเขาหรือเปล่า

ผมไม่สามารถช่วยคนที่คิดว่าตัวเองสมบูรณ์แบบแล้วให้ดีขึ้นได้ ผมทำงานกับมนุษย์ ผมไม่โค้ชให้กับคนที่ไม่อยากเปลี่ยนแปลง ถึงผมจะเชื่อว่าทุกคนเปลี่ยนได้ ถ้าเขาอยากเปลี่ยน โดยเฉพาะคนที่มีความปรารถนาที่จะเติบโตขึ้นยิ่งมีพลังที่อยากจะเปลี่ยนแปลง และสำหรับคนที่ไม่คิดจะเปลี่ยนผมก็สงสัยเหมือนกันว่า เขามียีนส์อะไรที่ผิดปกติหรือเปล่า

7.อะไรทำให้คุณได้รับการยอมรับว่าเป็นโค้ชที่เก่งที่สุดในโลก คุณเปลี่ยนหรือพัฒนาตัวเองมาอย่างไร

เพราะผมเลือกแต่ลูกค้าหรือโค้ชชี่(คนถูกโค้ช)ที่ดีที่สุด แล้วโค้ชชี่ของผมจะช่วยเหลือซึ่งกันและกันเอง แนะนำช่วยเหลือและแชร์สิ่งที่เรียนรู้จากกันและกัน พวกเขาเรียนรู้จากกันและกันมากกว่าเรียนจากผมอีก การทำงานกับคนที่เก่งชนะเสมอ

8.อะไรเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ผู้นำยุคนี้ควรพึ่งพาโค้ช

ผมเขียนเรื่องนี้ไว้ในหนังสือเล่มล่าสุดของผมเกี่ยวกับผู้นำ ซึ่งเปรียบเทียบให้เห็นความแตกต่างระหว่างผู้นำในอดีตกับอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้นำต้องรู้และปรับเปลี่ยนให้ทัน เช่น ผู้นำในอดีตค่อนข้างมีเสถียรภาพและมั่นคง ดูแลแต่เรื่องภายในประเทศใครประเทศมัน อยู่ในวัฒนธรรมเดีย เทคโนโลยีก็ค่อนข้างนิ่ง ใช้อำนาจแบบท็อปดาวน์ แต่ตอนนี้ผู้นำเป็นเรื่องของโลก คุณต้องทำงานกับคนหลายวัฒนธรรม เทคโนโลยีก็เปลี่ยนแปลงเร็ว และแทนที่จะเก่งต้องเปลี่ยนมาสร้างทีมให้เก่ง โดยผู้นำมีหน้าที่แค่คอยถามเพราะคำตอบจะมาจากลูกน้องที่ทำงานเก่งกว่า เหมือนผมเองก็เคยคิดว่าตัวเองเจ๋งไปไหนใครก็ต้องเปลี่ยนเพราะผมเก่ง แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว เวลาโค้ชผมไม่จำเป็นต้องรู้ธุรกิจของคนที่ผมโค้ช ผมมีหน้าที่เป็นคนคอยกระตุ้น (Facilitator) ให้โค้ชชี่เรียนรู้เปลี่ยนแปลง เพราะฉะนั้นความสำเร็จที่ผมได้รับมาทุกวันนี้มันได้มาจากความสำเร็จของคนที่ผมทำงานด้วย

9.ถ้าโค้ชช่วยให้ผู้นำพัฒนาองค์กร ทำไมคุณไม่ไปเป็นซีอีโอที่ไหนสักแห่ง

ใช่ถ้าผู้นำโค้ชได้องค์กรจะไปได้เร็ว ส่วนผมชอบที่จะเป็นโค้ช

10.ปีหนึ่งคุณโค้ชคนได้กี่คน เคยโค้ชซีอีโอไทยไหม แล้วค่าตัวในการโค้ชของคุณเป็นอย่างไร

ที่ผ่านมาไม่เคยโค้ชซีอีโอไทยแต่อนาคตอาจจะมี ปกติปีหนึ่งผมรับโค้ชอยู่ประมาณ 5-10 คน แต่ปีหน้าจะลดลงเหลือ 5-6 คน เพราะผมอยากเขียนหนังสือมากขึ้น ปกติจะใช้เวลา 18 เดือน ค่าฟีของผมในอเมริกาจะอยู่ที่ 250,000 เหรียญสหรัฐต่อลูกค้าหนึ่งราย ถ้าเป็นลูกค้าต่างประเทศ 400,000 เหรียญฯ แต่ผมจะรับเงินต่อเมื่อลูกค้าได้ผล โดยวัดจากคนที่เกี่ยวข้องรอบตัว 18 คนที่เป็นคนลิสต์ว่าโค้ชชี่ของผมมีจุดอ่อนอะไรแล้วเขาเปลี่ยนแปลงแล้วหรือไม่

 

 

CR. www.smmagonline.com/…/%E0%B8%84%E0%B8%B4%E0%B8%94%E0%B9%81…/
www.facebook.com/SMmagonline/posts/1380881905327664